การทำความเข้าใจความรู้สึกและความภักดีของลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจในระยะยาว ตัวชี้วัดสากลที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายคือ Net Promoter Score หรือ NPS ซึ่งเป็นเครื่องมือวัดระดับความภักดีและความเต็มใจของลูกค้าในการบอกต่อบริการหรือสินค้าให้กับคนรอบข้าง การประเมินคะแนนความภักดีนี้เปิดโอกาสให้ธุรกิจตรวจพบช่องว่างและปรับปรุงประสบการณ์ได้อย่างตรงจุด
ทำความรู้จัก Net Promoter Score และที่มาของคะแนนความภักดี
ระบบ Net Promoter System ได้รับการพัฒนาขึ้นในปี 2003 โดย Bain & Company เพื่อใช้ชี้วัดความภักดีของลูกค้าอย่างตรงไปตรงมา ผ่านคำถามหลักมาตรฐานเพียงคำถามเดียวคือ How likely are you to recommend us to a friend or colleague? หรือมีแนวโน้มมากน้อยเพียงใดที่คุณจะแนะนำเราให้แก่เพื่อนหรือเพื่อนร่วมงาน โดยให้ผู้ตอบเลือกคะแนนในระดับตั้งแต่ 0 ถึง 10

การจัดกลุ่มลูกค้าและการคำนวณคะแนน NPS
เมื่อเก็บรวบรวมคำตอบจากระดับคะแนน 0 ถึง 10 เรียบร้อยแล้ว Bain & Company จะจำแนกลูกค้าออกเป็นสามกลุ่มหลักตามระดับความพึงพอใจและพฤติกรรมความภักดี ดังนี้
- Promoters คือกลุ่มผู้ให้คะแนน 9 หรือ 10 ซึ่งถือเป็นลูกค้าที่มีความภักดีสูง มีแนวโน้มที่จะอยู่กับแบรนด์ต่อไป ซื้อสินค้าหรือบริการเพิ่มเติม และเต็มใจบอกต่อผู้อื่น
- Passives คือกลุ่มผู้ให้คะแนน 7 หรือ 8 ซึ่งรู้สึกพึงพอใจในระดับปัจจุบัน แต่พบว่ามีอัตราการซื้อซ้ำและการบอกต่อต่ำกว่ากลุ่ม promoters ได้มากถึง 50%
- Detractors คือกลุ่มผู้ให้คะแนน 0 ถึง 6 ซึ่งมักมีอัตรา churn สูง และเป็นต้นเหตุของความคิดเห็นหรือการบอกต่อเชิงลบมากกว่า 80%
สูตรการคำนวณ Net Promoter Score จะรายงานผลลัพธ์เป็นค่าคะแนนตั้งแต่ -100 ไปจนถึง +100 โดยคำนวณได้จากการนำเปอร์เซ็นต์ของกลุ่ม promoters ลบด้วยเปอร์เซ็นต์ของกลุ่ม detractors ตัวอย่างเช่น หากผลสำรวจพบว่ามี promoters 70% และมี detractors 10% คะแนน NPS ขององค์กรจะเท่ากับ 60

| กลุ่มลูกค้า | ช่วงคะแนนที่ให้ | พฤติกรรมหลักและความเสี่ยง |
|---|---|---|
| Promoters | 9-10 | ลูกค้าภักดี ซื้อเพิ่ม อยู่ต่อ และยินดีแนะนำบริการต่อ |
| Passives | 7-8 | พึงพอใจระดับหนึ่ง มีอัตราซื้อซ้ำและบอกต่อต่ำกว่า promoters ได้ถึง 50% |
| Detractors | 0-6 | เสี่ยงต่อการยกเลิก มีอัตรา churn สูง และสร้างการบอกต่อเชิงลบมากกว่า 80% |
เกณฑ์มาตรฐานและการเปรียบเทียบในแต่ละอุตสาหกรรม
ตามกรอบของ Bain & Company คะแนนที่อยู่เหนือ 0 ถือว่าดี คะแนนเหนือ 20 ถือว่าน่าพอใจ คะแนนเหนือ 50 ถือว่ายอดเยี่ยม และคะแนนที่สูงเหนือ 80 ถือว่าเป็นเกณฑ์ระดับโลก อย่างไรก็ตาม เกณฑ์ของคะแนนที่ดีจะมีความแตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละภาคอุตสาหกรรม โดยงานวิจัยจาก Qualtrics XM Institute พบตัวอย่างคะแนนเฉลี่ยในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น คะแนนเฉลี่ย 30 ในกลุ่มธุรกิจร้านขายของชำ คะแนนเฉลี่ย 29 ในกลุ่มธุรกิจ video streaming และคะแนนเฉลี่ย -6 ในกลุ่มธุรกิจ consumer payments
แนวทางการสำรวจและปรับปรุงเพื่อสร้างการเติบโต
Qualtrics แนะนำให้องค์กรจัดทำ relational survey เป็นรอบกำหนด เช่น การทำแบบสำรวจรายไตรมาสหรือรายปี ควบคู่ไปกับการตั้งคำถามปลายเปิดเพื่อสอบถามถึงเหตุผลเบื้องหลังของคะแนนที่ลูกค้าให้ ตลอดจนข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสิ่งที่ควรปรับปรุง การติดตามผลเช่นนี้จะให้คุณค่ามากกว่าการดูเพียงตัวเลขคะแนนเดี่ยวๆ เนื่องจากช่วยให้ธุรกิจสามารถเปรียบเทียบคะแนนกับคู่แข่งและติดตามแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาได้อย่างต่อเนื่อง

Net Promoter Score คืออะไร
Net Promoter Score คือตัวชี้วัดความภักดีของลูกค้าที่พัฒนาขึ้นโดย Bain & Company ในปี 2003 โดยใช้คำถามสำรวจว่าลูกค้ามีแนวโน้มจะแนะนำธุรกิจให้แก่เพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานมากน้อยเพียงใดในระดับคะแนน 0 ถึง 10 และคำนวณคะแนนรวมเป็นค่าระหว่าง -100 ถึง +100 โดยการนำเปอร์เซ็นต์ของกลุ่ม promoters (คะแนน 9-10) ลบด้วยเปอร์เซ็นต์ของกลุ่ม detractors (คะแนน 0-6)
